• Jokhang Temple
    Attractions

    วัดโจคัง (Jokhang Monastery)

    ชาวจีนเรียกว่า “ต้าเจ้าซื่อ” (Dazhao Si) ตั้งอยู่ห่างจากพระราชวังโปตาลาราว 1 กิโลเมตร เป็นวัดที่ถือว่าเป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวทิเบตและเป็นวัดที่ศักดิ์สิทธิ์ที่สุดในเขตปกครองตนเองทิเบต มีจุดเด่นในการนำเอาศิลปะ ของ 4 ชาติมาผสมกันคือ ทิเบต จีน เนปาลและแคชเมียร์ ครั้งหนึ่งในฐานะนักท่องเที่ยวคุณต้องไปเยือนสถานที่แห่งนี้ไม่เช่นนั้นคงเหมือนมาไม่ถึงทิเบต วัดโจคัง สร้างขึ้นในปี ค.ศ.647 โดยพระเจ้าซงเซน กัมโป เพื่อประดิษฐาน พระพุทธรูปพระอักโษภยพุทธะ (Akshobhya) เป็นรูปเหมือนพระพุทธเจ้า เมื่อมีพระชนมายุได้ 8 ชันษา ที่ เจ้าหญิงภกุฎเทวี ทรงอัญเชิญมาจากประเทศเนปาล ต่อมา ในคริสต์ศวรรษที่ 8  เจ้าหญิงจินเฉิง (Jincheng Gongzu) เดินทางมาอภิเษกสมรสกับ พระเจ้าซื่อเต่อจู่จั้น-กษัตริย์ของทิเบต ได้สลับเอา พระพุทธรูปโจโว ริมโปเช (Jovo Rimpoche) หรือ รูปเหมือนพระพุทธเจ้าเมื่อมีพระชนมายุได้ 12 ชันษา ที่ เจ้าหญิงเหวินเฉิง อัญเชิญจากนครฉางอาน ราชธานีแห่งราชวงศ์ถังมาสู่ดินแดนทิเบตซึ่งเดิมประดิษฐานอยู่ ณ วัดราโมช (Ramoche Monastery) หรือ เสี่ยวเจาซื่อ (Xiaozhao Si) มาไว้ที่มหาวิหารวัดโจคัง แล้วย้ายพระพุทธรูปอักโษภยพุทธะไปไว้ที่วัดราโมชแทน พระพุทธรูปโจโว ริมโปเช สีทองอร่าม ทรงเครื่องกษัตริย์ ประดับด้วยเพชรพลอยอัญมณีล้ำค่า สูง 1.5 เมตร เป็นที่เคารพสักการะอย่างสูงสุดของชาวทิเบต ต่างหมายมุ่งเดินทางขอได้มากราบอัษฎางคประดิษฐ์ รอบพระวิหารวัดโจคัง และสักการะโจโว ริมโปเช ที่มีอายุมานานกว่า 1,400 ปี ให้ได้สักครั้งหนึ่งในชีวิต ภายในวิหารอันขรึมขลังศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้ ยังประดิษฐานพระศรีอริยเมตไตรย (หรือพระซัมบา) พระรูปของ ท่านปัทมสัมภาวะ พระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวรสหัสหัตถ์ (พระเซ็นเรซี หรือพระกวนอิมโพธิสัตว์) อีกด้วย ภายนอกด้านหน้าวิหารมี แผ่นศิลาจารึก การเจรจาสันติภาพระหว่าง ทิเบต กับ จีน ในปี ค.ศ.821-822 สมัยพระเจ้าตรีซุกเตเซ็น จารึกเป็นภาษาทิเบตและภาษาจีน รวมถึงยังมี ก๊อกน้ำ ที่ชาวทิเบตเชื่อถือว่า เป็นสายน้ำศักดิ์สิทธิ์ที่ไหลขึ้นมาจากหนองน้ำในอดีต

  • พระราชวังฤดูร้อนนอร์บุหลิงฆา
    Attractions

    พระราชวังฤดูร้อนนอร์บุหลิงฆา

    พระราชวังโปตาลาถือเป็นแลนมาร์คของทิเบต และเมืองลาซา เป็นสถานที่ที่นักมีท่องเที่ยวเดินทางมามากที่สุดของทิเบต หากแต่เมื่อมาเยือนโปตาลา ก็ควรไปเยือนนอร์บุหลิงฆา ด้วย เพราะพระราชวังที่สวยงามและมีประวัติศาสตร์ยาวนานในทิเบตถือเป็นพระราชวังที่สร้างมาคู่กันคือ โปตาลา(Potala Palace) เป็นพระราชวังฤดูหนาว และ นอร์บุหลิงฆา (Norbulinkha Palace) เป็นพระราชวังฤดูร้อน พระราชวังนอร์บุหลิงฆา หรือ หลัวปู้หลินข่า ตั้งอยู่ชานเมืองด้านตะวันตกของกรุงลาซา มีเนื้อที่โดยรวม 360,000 ตารางกิโลเมตร ความหมายเดิมของชื่อ นอร์บุ หลิงฆา แปลว่า “สวนอัญมณี” (Precious Stone Garden) สร้างขึ้นในช่วงหลังศตวรรษที่ 18 (ค.ศ. 1750) โดยดาไลลามะ ลำดับที่ 7 จุดประสงค์ในการสร้างก็เพื่อเป็นที่พักผ่อนในยามชรา และท่านได้อาบน้ำแร่ที่นี้ทำให้อาการป่วยของท่านได้ทุเลาลง พระราชวังแห่งนี้มี 370 ห้อง ภายในมีทั้งห้องพระ ห้องนอน ห้องพักผ่อน และกลายเป็นที่สถานที่ทรงงานรวมทั้งพบปะคณะสงฆ์และฆราวาสของทะไลลามะองค์ต่อๆ มาในช่วงหน้าร้อน ภายในมีสิ่งก่อสร้างสำคัญเช่น พลับพลาร่มเย็น หอที่เป็นจุดเด่นที่สำคัญคือ “คังซงซือหลุน” สร้างโดยทะไลลามะองค์ที่ 8 ยังมี “ชวีหยัน” เป็นที่แสดงธรรม “หวงหลงเมี่ยว” หรือ ศาลพญามังกร ทะไลลามะองค์ที่ 13 ได้สร้างตำหนักเพิ่มเติมทางด้านทิศตะวันตกชื่อ “จินเซ่อหลินข่า” และหอสามชั้นชื่อ “จินเซ่อพอจัง” พร้อมทั้งเพิ่มเติมจำนวนไม้ดอกและต้นไม้ใหญ่ ทะไลลามะองค์ที่ 14 ที่ใช้ เงินส่วนตัวสร้าง “ซินกง” แปลว่า วังใหม่ทางด้านทิศเหนือและอาศัยอยู่ 2 ปี ก่อนลี้ภัยไปอินเดีย ความสวยงามและความสำคัญของสถานที่แห่งนี้ทำให้ได้รับการรับรองเป็นมรดกโลก และปัจจุบันได้เปิดเป็นสวนสาธารณะเพื่อเป็นที่พักผ่อนของประชาชนและนักท่องเที่ยว